นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้เขียนบล๊อก เหตุเพราะว่าไปบ้าเล่น Facebook อยู่นั่นเอง แต่ตอนนี้ผมเบื่อ Facebook แล้ว ก็เลยกลับมาเขียนต่อ 555
อันนี้เป็นสิ่งที่ผมเขียนไว้ตอนที่ไปดูงานเมืองจีน-ฮ่องกง ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 53 เป็นครั้งแรกของผมในการเดินทางออกนอกประเทศโดยเครื่องบิน
(ครั้งแรกไปลาว พม่า โดยรถยนต์)
4 พฤษภาคม 2553
เตรียมตัวเดินทางไปดูงานที่ประเทศจีน – ฮ่องกง เอารถไปจอดไว้ที่ มสธ. ก่อนไปไม่ลืมจะเอาสูทไปด้วย เผื่อไว้สำหรับงานพิธีการ
9:00 ออกเดินทางจากมสธ. – สนามบินสุวรรณภูมิโดย Taxi มิเตอร์สีแดง ทะเบียน ? พี่แท็กซี่พาเดินทางไปขึ้นทางด่วนรามอินทรา กม. 5แล้วต่อทางด่วนวงแหวนรอบนอก หมดค่าใช้จ่ายไป 280.- กะค่าทางด่วน 60.-
10:20 ถึงสนามบินแห่งชาติ ผมมาถึงเป็นคนแรก ๆ ของกรุ๊ปทัวร์ มีโอกาสเดินแวะทัวร์สนามบิน ก่อนรวมกรุ๊ป
11:45 ตรวจสอบเอกสารและสัมภาระ ส่วนเวลาที่เดินเดินเตร่ใน Duty Free ก่อนขึ้นเครื่องแวะซื้อขนมอาร์ตี้แอนท์ เซ็ตแอลม่อนด์ + น้ำมะนาว ราคา 149.- แพงสาด
13:45 ออกเดินทางไปฮ่องกง
17:45 ถึงฮ่องกง แล้วก็ออกเดินทางไปเซิ่นเจิ้นด้วยรถบัส ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและเข้าพักที่โรงแรม Sunon Hotel
20:00 อาหารค่ำมื้อแรก อร่อยทุกอย่าง
อาหารเหลา อาหารจีน
อาหารจีน(ที่กินที่นี่) จะเน้นพวกผัดเป็นหลัก โต๊ะจะเป็นลักษณะกลม ๆ มีกระจกหมุน ๆ ตรงกลาง เครื่องดื่มจะมีชาร้อนไม่มีน้ำเย็นให้กิน มีแต่เบียร์
7 พฤษภาคม 2553
4 ทุ่มฝ่า ๆตอนที่นั่งเขียน blog นี้อยู่ ผมกำลังบินอยู่บนความสูง “สามหมื่นหกพันฟุต” ผมเดินทางกลับจากการดูงานห้องสมุดที่เกาะฮ่องกง ประเทศจีนโดยสายการบินเอมิเรท สายการบินแห่งชาติดูไบ (ผมพยายามบอกกับแอร์โฮสเตท ให้เขาคืนตัวอดีตนายกฯประเทศไทย เพื่อมาดำเนินคดี แต่ทำไมได้ เพราะภาษาอังกฏษอ่อนมาก)การเดินทางรอบนี้ ผมเดินทางมากับกรุปทัวร์ชาวจีน ที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ผมเองก็เป็นตัวแทนของประเทศไทย สอนไอ้ตี๋สองตัวใช้อุปกรณ์ Multimedia ที่ติดอยู่หลังเบาะด้วยการดำเนินการสอนเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะผมพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ ส่วนไอ้ตี๋สองตัวเสือกฟังอังกฤษไม่รู้เรื่อง เลยต้องใช้วิธีอวัจภาษาอธิบายกัน ดูมั่ว ๆ แต่ก็รู้เรื่องแฮะ
* เที่ยวบินนี้เหม็นเยี่ยวมาก เหมือนนั่งรถทัวร์ ป.2 ไปอีสาน แสรด
วันนี้คณะเราได้ไปดูงานที่มหาวิทยาลัยช่างกลฮ่องกง สถานที่ใหญ่โตกว่า ม.ฮ่องกงที่ได้ไปเยี่ยมมากเมื่อวานซะอีกมองจากด้านในห้องสมุดออกไปนอกหน้าต่างยังเห็นวิวทะเล และเกาะเล็กเกาะน้อย ที่ล้อมรอบการตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องสมุด ดูร่วมสมัยมาก (ผมชอบ)ด้านเทคโนโลยีโดยรวมแล้วก็ไม่แตกต่างจากห้องสมุดในไทยเท่าไหร่นัก ยังใช้แถบแม่เหล็กอยู่Library System ใช้ของ Innopac เจ้าหน้าที่บอกกับเราว่า ที่นี่เป็นที่แรกที่ใช้ระบบ Innopacหลังจากนั้น มหาวิทยาลัยในฮ่องกงอีก 8 แห่งก็มาใช้ระบบนี้เช่นกัน
สิ่งที่ชอบ- เก้าอี้สีฟ้าที่มีโครงสร้างเป็นไม้- ปลั๊กไฟสำหรับ Notebook ทุกโต๊ะ- ที่นั่งสำหรับผู้ที่ทำ Notebook มาใช้
สรุป
- วัยรุ่นฮ่องกงใช้ iPhone เยอะมาก ผมไปถามราคาเครื่องที่วางขายคิดเป็นเงินไทยประมาณ สามหมื่นบาท
- วัยรุ่นที่นี่แต่งตัวไม่แรงเท่ากับที่เซิ่นเจิ้น
- รองเท้ากีฬาราคาถูกมากกกกก
- ประชากรที่นี่ชอบใส่ Nike มากกกกก
- คนฮ่องกง พูด-ฟัง อังกฤษได้ (แน่ล่ะ มันเคยเป็นเมืองขึ้นอังกฤษ)
- คุณสามารถเดินทางไปไหนมาไหน โดยไม่ต้องง้อไกด์ เพียงแค่ดูแผ่นที่เป็น และใช้รถไฟฟ้าใต้ดินได้ ระบบของรถใต้ดินเป็นมาตรฐานและใช้งานง่าย
- ถนนทุกสายที่นี่ มีป้ายบอกชื่อถนนชัดเจน (ผังเมืองดีมาก)
- น้ำดื่มที่นี่แพงสัด น้ำเปล่า 500ml 6 เหรียญ แต่ถ้าเป็นขวด 1.5 ลิตร 10 – 14 เหรียญ ส่วนเบียร์ไฮเนเก้น 500ml 11 เหรียญ (ผมเลยต้องกินเบียร์ทุกวัน เพราะมันถูกกว่า
) - ที่นี่มี 7-11 คุณไม่อดตาย
- ไกด์พาไปกินอาหาร 10 มื้อ ไม่มีมื้อไหนที่จะขาด “ผัดผักเขียว” ถ้าไม่เป็นผักกาดแก้ว ก็เป็นผักอะไรก็ได้สีเขียว มาผัดกะน้ำมัน ไม่ต้องเติมอะไรเลย จืดสนิท
- อาหารทุกมื้อเสริฟคู่กับน้ำชาจีน(ร้อน) พึ่งมารู้ว่ากินแก้เลี่ยนได้ดีนัก
- เกือบทุกมือ ต้องมีน้ำซุป สีใส ๆ บ้าง ขาวข้นบ้าง แต่ที่สำคัญรสชาดต้อง จืด ๆ เอาไว้ซด(เพื่ออะไรวะ)
- คนที่นี่กินอาหารด้วยตะเกียบ ไม่เห็นใครยกชาวข้าวมาพุ้ยกินกัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
- บริกรที่นี่ทุกคน ย้ำว่า “ทุกคน” ต้องวางอาหารบนโต๊ะให้มีเสียงดัง เหมือนกับว่ากำลังแข่งกะเพื่อนอยู่ว่าใครดังกว่าชนะ
- บริกรที่นี่ทุกคน ถ้ามีโอกาสตักอาหารเสริฟให้ ไม่ว่าจะเป้นน้ำแกง หรือต้มอะไรก็แล้วแต่ ต้องตักแบบรีบ ๆ ให้มันหกท่วมโต๊ะ เหมือนกับว่าใครทำโต๊ะเลอะได้มากกว่ากันชนะ(อีกแล้ว)
- ถ้าน้ำชาร้อนหมดกา ให้เปิดฝากาเอาไว้ แล้วบริกรจะมาเติมน้ำร้อนให้ (เติมแต่น้ำร้อน ใบชามันไม่เติมให้นะ ผมกินเยอะจัดมันเติมให้สี่-ห้าครั้งจนกลายเป็นน้ำร้อนสีชาจาง ๆ
- ที่ฮ่องกงมีน้ำเย็นเสริฟด้วย ไม่เหมือนเมืองจีน แค่น้ำแข็งยังหายาก
- ในโรงแรม มีตู้เย็น แต่ไม่เสียบปลั๊ก (อ้าว)
- ในโรงแรม มีเครื่องทำน้ำแข็งให้บริการฟรี แต่มิงต้องไปกดเอาเอง (อ้าว)
- ในโรงแรม มีน้ำให้สองขวด (เย้ แต่ก็ไม่พอกูกินอยู่ดี)
ข่าวด่วน
ผมรอต่อคิวเข้าห้องน้ำบนเครื่องบิน มันไม่สนใจพม่าอย่างผมเลย ทัวร์จีน 4 ตัวมันมัวแต่ตื่นเต้นกะห้องน้ำบนเครื่อง คุยกันโช้งเช้งอยู่นั่นแหละ และที่สำคัญมันไม่กดชักโครกกกกกก โอ้๊กกกกกกกกก
สรุปภาพรวมของ ดูไบแอร์ และสนามบิน
- สนามบินฮ่องกงใหญ่มาก มีรถไฟใต้ดินสำหรับคนที่ช๊อป Duty Free จนเหนื่อย ไม่สามารถเดินไปที่ Gate ได้ เพราะมีเป็นร้อยยยยย (ขากลับ Gate 64)
- Duty Free ที่นี่ ใหญ่มาก เหมือนซีคอน x4
- แอร์ฯตัวใหญ่มาก ผมนั่งริมติดถนนโดนแอร์เอาตูดชนไหล่ตลอด
- อาหารจี๊ด จืด ไอ้ตี๋สองตัวข้างผมมันชอบมาก (รอล้างแค้นอาหารจีน ให้พวกมันมาซดต้มยำกุ้งกันให้ลิ้นแสบ)
ปล
ฝากจดหมายไปให้ทักกี้ ให้มามอบตัวซะ โทษหนักจะได้เป็นเบา