ความเดิมตอนที่แล้ว ที่ผมไปขอประวัติการรักษาพยาบาลของแม่จาก รพ.ราชวิถี เพราะผมมาสายจึงได้คิวหลักร้อย ถ้าจะรอรับก็คงจะเย็น ดังนั้นผมจึงนัดไปรับในวันศุกร์(วันนี้)

และวันนี้ผมไปถึงที่ รพ. แปดโมงเช้าก็ยื่นใบนัดที่แผนกออร์โธปิดิกส์แล้วก็นั่งรอ

รอจนเก้าโมงครึ่งก็ไม่มีการเรียกขาน เข้าใจว่าหมอพึ่งลงตอนเก้าโมง เจ้าหน้าที่ก็คงยังทำเอกสารไม่เสร็จ ก็เลยรอต่อไป….

จนถึงสิบโมง ก็ยังเงียบ ผมเลยไปคุยกับเจ้า(หน้า)ที่ เจ้าที่ก็บอกว่า “ทางเวชระเบียน ยังหาประวัติคนไข้ไม่เจอเลยค่ะ ขอไปตั้งแต่แปดโมงครึ่งแล้ว” ผมก็ได้แต่อุทานใจว่า “แสดเอ้ย…” เอาวะ!…ไหน ๆ ก็มาแล้วรออีกหน่อยละกัน

สิบเอ็ดโมง ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ ผมจึงบากหน้าไปคุยกะเจ้าที่อีกครั้ง เจ้าที่ก็บอกมาว่า “กำลังเร่งให้ค่ะ รอซักครู่นะคะ”

สิบเอ็ดโมงครึ่ง ผมไปคุยกะเจ้าที่เป็นครั้งสุดท้าย “ขอโทษนะครับ ผมต้องกลับไปทำงานแล้ว ไม่ทราบว่าประวัติการรักษาของแม่ผมที่ทำเรื่องขอไว้ได้หรือยังครับ” คราวนี้เจ้าที่คงเห็นสีหน้าผมที่บูดสุดขีดแล้ว ก็ทำทีคุ้ยเอกสารนู่นนี่ แล้วแจ้งผม

เจ้าที่ “คนไข้รับประวัติไปหรือเปล่าคะ ที่เวชระเบียนก็ไม่มีนะคะ”
ผม “ผมรับมอบอำนาจมาครับ ยังไม่ได้รับประวัติเลย ผมมาครั้งนึงแล้้วเมื่อวันพุธ แต่ได้คิวร้อยกว่า เลยไม่ได้อยู่รับเองช่วงบ่าย แต่พยาบาลนัดให้ผมมารับวันศุกร์เช้าก็คือวันนี้”
เจ้าที่ “หรอคะ ที่นี่ไม่มีประวัติค่ะ ที่เวชระเบียนก็ไม่มีประวัติ….”
ผม “….”

เงียบกันซักครู่ แล้วเหมือนว่าประวัติการรักษาของแม่ผมจะหาย พยาบาลกับเจ้าที่ก็ช่วยกันหากันใหญ่ ผมก็ยืนมองตาปริบ ๆ คิดอยู่ว่ามันจะหายไปได้ยังไง

สุดท้ายก็ค้นพบครับ ประวัติมันอยู่ปนกับเอกสารอีกกองนึง ไม่มีใครรู้ว่ามันไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร แต่รู้อย่างเดียวว่าตอนนี้เวลา สิบเอ็ดนาฬิกาสี่สิบห้านาทีแล้ว

แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่นี้ หลังจากหาเอกสารเจอแล้วผมจะต้องไปหาหมอเพื่อให้หมอเซ็นสรุปผลการรักษา และผมต้องรออีกครั้ง

ผมรออีกห้านาทีถึงจะได้เจอกับหมอ เป็นคิวสุดท้ายในการรักษาภาคเช้านี้ แต่หมอพูดดีครับเลยช่วยให้ผมใจชื้นลงบ้าง สุดท้ายหมอก็เซ็นในกระดาษรายงานสรุปผลสองบรรทัดเป็นภาษาอังกฤษด้วยลายมือไก่เขี่ย (ผมนึกย้อนอดีตไปตอนเรียนประถม ครูเคยดุผมเรื่องเขียนหนังสือสือไม่สวย โตขึ้นจะเป็นอะไรได้ ผมได้คำตอบแล้วครับว่าต้องเป็นหมอได้แน่ :-P ) และบอกกับผมว่าให้ไปถ่ายเอกสารการรักษาที่เวชระเบียน แล้วก็ไปพักผ่อนตามอัธยาศัย

ผมรับเอกสารและเดินกลับมาที่เวชระเบียนเพื่อติดต่อกับเจ้าที่อีกตนนึง

ผม “ผมมาสำเนาประวัติการักษาครับ หมอให้มาทำเสาเนาคับ”
เจ้าที่(อีกตน) หยิบเอกสารไปดูแล้วพูด “ไม่เห็นหมอบอกให้สำเนานี่คะ หมอเขียนใบสรุปให้คุณแล้ว นี่ไง” แล้วหยิบกระดาษที่มีตัวหนังสือยึกยือขนาดสองบรรทัดให้ผม
ผม “ก็หมอบอกให้สำเนานี่ครับ”
เจ้าที่(อีกตน) “ไม่ต้องสำเนาแล้วค่ะ นี่ไงคะใบสรุปผล คุณหมอเขียนให้แล้วนี่ไงคะ”
ผม “….(อึ้งแดก พูดไม่ออก)” แล้วเดินจากแผนกเวชระเบียนไปอย่างเงียบ ๆ

สรุปสิ่งที่เสียไป

  • ผมเสียวันลาพักร้อนไป หนึ่งวันครึ่ง
  • ผมเสียเวลาไป หนึ่งวัน
  • ผมอารมณ์เสียไป หนึ่งวัน

สรุปสิ่งที่ได้มา

  • กระดาษ A4 เป็นแบบฟอร์มสรุปการรักษา เขียนด้วยลายมือไก่เขี่ยนขนาดสองบรรทัด

คุ้มสัด ๆ เลยครับ นึกแล้วเสียดายวันลาพักร้อน พาแม่ไปหาหมอได้สองรอบแบบสบาย ๆ แต่อีกใจนึงผมก็เห็นใจนะครับ เจ้าหน้าที่มีกันสี่ ห้าคนเท่านั้น ต้องมารองรับความต้องการของคนไข้หลักร้อย เหนื่อยมาก แต่ถ้าไม่บี้ ไม่จี้ งานก็ไม่เดินเหมือนกัน ทำใจกับโรงพยาบาลของรัฐ ราคาไม่ได้ถูกกว่าเอกชนซักเท่าไหร่ แต่ละครั้งที่แม่มาหาหมอค่ายาหลักพันทุกครั้ง ดีอย่างเดียวคือผมสามารถเบิกค่ายาได้เต็มจำนวน ไม่อย่างนั้นผมพาแม่ไปรพ.เอกชนดีกว่าไม่ต้องรอ ไม่ต้องเสียเวลา งานบริการก็สุดยอด

Calendar

September 2010
M T W T F S S
« Aug    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930